การแยกสารผสมที่เป็นของแข็งที่แขวนลอยอยู่ในของเหลวออกจากกัน โดยส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้วิธี การตกตะกอนหรือการกรองโดยใช้ปั๊มสุญญากาศ

เนื่องจากอนุภาคของแข็งที่แฝงอยู่นั้นมีนํ้าหนัก ดังนั้นจึงตกตะกอนอยู่ที่ก้นภาชนะ จากนั้นค่อยเทของเหลวด้านบนออกจากอนุภาคของแข็งจะทำให้ได้สารบริสุทธิ์ทั้งสองส่วน และเพื่อเป็นการลดเวลาในการตกตะกอนของสารแขวนลอย จึงได้มีการคิดค้นเครื่องเหวี่ยง (Centrifuge) ขึ้นมาโดยแรงเหวี่ยงดังกล่าวจะทำให้ของแข็งที่แขวนลอยในของเหลวตกตะกอนได้ง่ายและเร็วขึ้น

centrifuges1

เครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) เป็นเครื่องปั่นตกตะกอนสารละลายเพื่อปั่นแยกตะกอนของสารตัวอย่างโดยใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเพื่อนำไปใช้แยกสารหรืออนุภาค โดยอาศัยหลักความแตกต่างของความหนาแน่น ขนาดของสารหรืออนุภาคนั้นๆ โดยทั่วไป เครื่องหมุนเหวี่ยงมักใช้ในกระบวนการเตรียมตัวอย่าง และใชปั่นแยกสารสำหรับงานวิจัยวิเคราะห์ใช้แยกตัวอย่างส่วนที่เป็นของแข็งออกจากตัวอย่างส่วนของเหลวหรือใช้เพื่อแยกของเหลวหลายๆ ชนิดที่มีความถ่วงจำเพาะต่างกันให้เกิดการแยก ภายใต้สนามแรงหนีศูนย์กลางอนุภาคจะตกตะกอนด้วยอัตราเร็วที่ไม่เท่ากัน การปั่นแยกตะกอน จึงต้องใช้เวลานานพอเพียงที่อนุภาคขนาดเล็กจะนอนก้นหมด จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน ตะกอน (Pellet) และส่วนของเหลว (Supernatant) ในการเลือกใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงควรจะพิจารณาจากค่ารอบความเร็วปั่นเหวี่ยง (RPM) ค่าแรงเหวี่ยง (RCF) ของเครื่องให้เหมาะสมกับตัวอย่างที่ต้องการปั่นแยกตะกอนของสาร

โรเตอร์ (Rotor) เป็นส่วนสำหรับบรรจุภาชนะใส่ตัวอย่าง เมื่อเครื่องทำงานจะเกิดการหมุนโดยการผลักของมอเตอร์จะเกิดแรงหนีศูนย์กลางขึ้นในบริเวณโรเตอร์ วัสดุที่ใช้ทำโรเตอร์มีหลายชนิด เช่น Aluminium Titaniumpolypropyline ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดของแรงหนีศูนย์กลางความเร็วรอบที่ใช้งาน ชนิดและปริมาณตัวอย่างที่ใช้ ส่วนรูปแบบของโรเตอร์มีให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน เช่น ห้องปฏิบัติการ ห้องวิจัยส่วนใหญ่จะใช้โรเตอร์แบบ Swing Bucket Rotors และ Fixed Angle Rotor

centrifuges2